มีคนจากแนวหน้าแถวๆตะวันออกกลางเขาฝากบอกมาครับ เรื่องวันทยาหัตถ์

<< < (2/4) > >>

โอ...นกแสก:
ก็ฝากถามกลับ ว่าขนาดไปอยู่แนวหน้าขนาดนั้น รู้ประวัติ์ที่แท้จริงของการวันทยาหัตถ์ บ้างหรือไม่ แท้จริงเข้ามีเหตุอย่างไรที่ต้องทำ อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ทำไมทำต่างกัน ก่อนจะยึดติดต้องเช็คสติปัญญา ความรู้ของตัวเองก่อน อะไรที่กูไม่รู้คือผิด
ก็อยู่ในกะลาของตัวเองต่อไป ชายชาติทหารแท้ๆเค้าไม่ฝากมาบอกต่อหรอกเค้าเปิดเผยตัว ไว้วันหลังเล่าประวัติร์ละเอียดให้ฟังถ้ามีอารมณ์พิมพ์ จะได้เลิกโชวร์โง่ (ประวัติ์การวันทยาหัตถ์ ผูกพันกับการเช็คแฮนด์อย่างเหลือเชื่อ ใช้มาตั้งแต่ยุคกรีก ) :P

2ndLt.nOnG_WinZ:
อ้างจาก: โอ...นกแสก ที่ ตุลาคม 01, 2010, 12:44:32 PM

ก็ฝากถามกลับ ว่าขนาดไปอยู่แนวหน้าขนาดนั้น รู้ประวัติ์ที่แท้จริงของการวันทยาหัตถ์ บ้างหรือไม่ แท้จริงเข้ามีเหตุอย่างไรที่ต้องทำ อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ทำไมทำต่างกัน ก่อนจะยึดติดต้องเช็คสติปัญญา ความรู้ของตัวเองก่อน อะไรที่กูไม่รู้คือผิด
ก็อยู่ในกะลาของตัวเองต่อไป ชายชาติทหารแท้ๆเค้าไม่ฝากมาบอกต่อหรอกเค้าเปิดเผยตัว ไว้วันหลังเล่าประวัติร์ละเอียดให้ฟังถ้ามีอารมณ์พิมพ์ จะได้เลิกโชวร์โง่ (ประวัติ์การวันทยาหัตถ์ ผูกพันกับการเช็คแฮนด์อย่างเหลือเชื่อ ใช้มาตั้งแต่ยุคกรีก ) :P





พี่เขาไม่ได้เล่นบอร์ดนี้ครับพี่โอ  ;D

พี่เขาไม่ได้เล่น บีบี จริงๆแล้วก็ไม่เชิงฝากหรอกครับ พี่เขาเขียนในเฟซบอกวิน วินเห็นว่าดีก็เลยเอามาบอกต่อ

แล้วเดี๋ยวจะฝากคำพูดไปบอกให้นะครับ  :)

TheDevilPanda:
วันทยาหัตถ์ (วันทะยาหัด) คำแปล vt. vi. to salute, to stand at salute, to give a military salute

ต้นกำเนิดวันทยาหัตถ์ มาจากทหารอังกฤษโบราณ  ใส่ชุดเกราะเหล็กในการรบ ซึ่งหมวกมีที่กำบังดวงตาทั้งสองข้าง เวลาจะคุยกันมันไม่เห็นหน้า ก็เลยต้องเปิดที่กำบังตาขึ้นทุกๆครั้ง จากนั้นบ่อยเข้า ๆ ก็เลยเป็นประเพณีไป ว่าเวลาพบกันของทหารต้องยกมือเตะที่บริเวณหางคิ้ว

ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่จะมี วันทยาหัตถ์ การแสดงความเคารพในแบบทหาร วิวัฒนาการมาจาก
- การแสดงความบริสุทธิใจ ด้วยการยกมือข้างที่ถนัดให้เห็นชัด ๆ ว่าไม่ถืออาวุธ
- การลดความพร้อมในการใช้อาวุธ  เช่น การยิงสลุต เป็นการทำให้ปืนไม่มีกระสุน
- การลดอาวุธลง  เช่น การสลุตกระบี่ หรือดาบ
- การยื่นอาวุธให้  เช่น การวันทยาวุธด้วยปืนเล็กยาว   
- การลดศักดิ์ศรี ด้วยการสลุตธง  สถานที่กับเรือ ก็ลดธงลง  แถวทหาร ก็ลดคันธงลง เกือบจะขนานกับพื้น

การกระทำดังกล่าวมีความหมายถึง  การเคารพตัวเอง การเคารพหน้าที่ และการเคารพชาติ
 
ส่วนคำว่า ตะเบ๊ะ ที่เราได้ยินกันมาจากคำภาษาอังกฤษว่า “Tablat Salute” คือ การใช้มือเพื่อคำความเคารพ

ปล. พี่โอ ก็แรงไป พูดกันดีๆก็ได้  :P

HELLDOG:
ข้อมูลลึกซึ้งมากครับพี่  :o

ขอบพระคุณคราบ

โอ...นกแสก:
ไม่แรงหรอกหลินปิง ลองอ่านให้ลึกซึ้ง
"จะขอฝากบอกบางพวกที่เล่นแต่งตัวเอาปืนลมไล่ยิงกัน เวลาทำวันทยาหัตถ์นั้น กรุณาทำให้ถูกต้อง อย่านั่งทำหรือทำอ่อนปวกเปียกๆปัดๆไป อย่าลืมว่ามีลูกผู้ชายที่เขาได้เคารพประเพณีอันดีงามของชาย "ชาติทหาร" มานานนับร้อยปีแล้ว ที่ได้ห่มธงไปก็มากนะ คิดดีๆก่อนจะทำ"
คำเดียวที่บอกได้คือเหมือนกับที่น้องคนหนึ่งลงไว้
" ชอบบีบีนักทำไมไม่ไปเป็นทหาร ......แล้วเมิงชอบตกปลาทำไมไม่ไปเป็นชาวประมงล่ะ?"
แต่จะเพิ่มให้ ว่าถ้าชอบอ่าน เฟซมากแล้วเที่ยวคอมเม้นแบบไม่มีสติปัญญา ก็ลาออกจากงานที่ทำมาเป็น ICT ซะสิ
เพิ่มข้อมูลให้
การเช็คแฮนด์ เริ่มมีแต่สมัย นอร์มัน แปลแบบด้านๆ คือการตรวจมือ ดั้งเดิมใช้สองมือ เพราะสมัยนั้นการรวมตัวเป็นพันธมิตร สำคัญพอๆกับการกลืนเผ่า การเจรจาคืองานประจำ ดังนั้นจึงเริ่มเป็นประเพณี เมื่อนักรบเจอกันจึงต้องทำและ เลยเป็นกิจวัตรว่า ต้องตรวจเช็คกันว่าเป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า แต่ต่อมาโดนหักหลังบ่อยเข้า เลยเหลือมือเดียว อีกมือกำดาบสั้น มาเข้ากับการวันทยาหัถต์ ก็ตอนสงครามครูเสด  สมัยนั้นนักรบมาจากหลากหลายทิศทั้งสองศาสนา ใส่เกราะจนไม่รู้ใครเป็นใคร จึงมีการส่งสัญญาลักษณ์ ท่ามือบนหลังม้า ปัจจุบันก็ยังอยู่ แต่ไปเป็น การใช้ของบาทหลวงแทน ที่แตะหน้าอกแล้วพูดว่า "อาเมน" เริ่มนิยมใช้หลังสงครามครูเสด ในยุคเผยแพร่ศาสนา เพราะถือว่าเป็นนักรบที่ไปบุกเบิกสอนเผยแพร่ศาสนาในที่อันตรายและห่างไกล มาเมืองไทยบ้าง การวันทยาหัตถ์ เริ่มใช้ในไทยช่วงกลาง รัชการที่ 5 เนื่องจากเอาครูฝึกมาจากต่างชาติ ทั้งทหารและตำรวจ มีการฝึกท่าต่างทั้งสวนสนามและ วินัยทหาร มาเป็นเรื่องก็ตอน เสด็จประพาส สิงคโปร์ เพราะ เพลงบรรเลงต้อนรับและท่าวันทยาหัตถ์ วันทยาวุธ ของไทยและ สิงคโปร์เหมือนกันเป๊ะ เหมือนบรรเลงซ้ำกันสองครั้ง ท่านกรมพระยาดำรงค์เดชานุภาพ จึงไปหาข้อมูล จึงทราบว่าประเพณีทหารดังกล่าว เป็นของทหารท้องถิ่นอาณานิคมใช้กัน เพื่อแสดงว่า อาณานิคมของประเทศอังกฤษ (ครูฝึกแมร่งเลวไหม) จากรูปจดหมายเหตุ เป็นวันทยาหัตถ์แบบ ฝายมือ แต่ ท่าของทหารอังกฤษ ยุคนั้น จะเหยียดมือขึ้น ก่อนยกลงมาฝายมือที่คิว แสดงว่า ควีนปกครองอาณานิคมทุกที่ที่พระอาทิตย์ฉายถึง ท่านี้จอมพลมอนโกโมรี่ ของอังกฤษยังใช้อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ร.5 จึงมีพระดำรัสให้เปลี่ยน ตั้งแต่ เพลงบรรเลง ธง ท่าวันทยาหัตถ์ และท่าวันทยาวุธ ต่างๆ แต่มาสำเร็จครบถ้วนก็ตอนรัชกาลที่ 6 รวมถึงการเปล่งเสียงเพื่อแสดงความดีใจของชาวไทยเช่น คำว่า" ไชโย " การวันทยาหัถต์ ในโลกทางการทหารบ่งบอกอะไร
- การส่งสัญญาณมือ ว่าเป็นพวกเดียวกัน ทหารแต่ละชาติในโลกนี้ไม่ได้แสดงท่าเหมือนกัน แต่คล้ายกัน
- บ่งบอกถึง ความพร้อม ในด้านการฝึกและระเบียบวินัย ของทหาร
- ใช้บอกความที่จะไปรบ ว่าพร้อมไหม ( ในสงครามนโปเลียน แม่ทัพนายกอง จะตรวจแถวทหาร แล้วดูการวันทยาหัตถ์
 ถ้ายกมือไม่ไหวแสดงว่า ป่วย เหนื่อย หรือไม่พร้อมรบ จึงเป็นประเพณีการสวนสนามและตรวจแถวทหารในเวลาต่อมา)
- บ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้ชาติอื่นเกรงขาม ชัดเจนก็ อังกฤษ เยอรมัน และ อินเดีย
- ทำความเคารพ
มีอะไรอีกมากมาย ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการวันทยาหัตถ์ แต่ขี้เกียจพิมพ์ แต่พูดได้เป็นประเด็นคือ
1. เราเล่นเป็นงานอดิเรก และ ก็เป็นประชาชน ไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพ้อเจ้อตามที่จิ้งจกตัวเล็กๆมันทัก เพราะเราไม่ต้องแสดงสัญญาลักษณ์ ว่ากรูเป็น............
2. เราไม่ใส่เสื้อผ้าที่เป็นแสดงว่าเลียนแบบทหารไทย (ผิดกฎหมาย แน่นนอนสามารถโดน ส.ห. จับได้) เราใส่เสื้อผ้าที่เลียนแบบทหาร อเมริกา ;D เราต้องวันทยาหัตถ์แบบ อเมริกาไหม (ท่าวันทยาหัตถ์อเมริกามี 3 ท่าครับ)
3. ขนาดการยกมือไหว้ คนที่อายุมากกว่า และกล่าวทัก ยังไม่ค่อยทำกันเลย เริ่มตรงนี้ก่อนดีไหม ;)(ผมไม่มีปัญหา เพราะคนในมิวซิม พวกเราทักกันดีทุกครั้ง)
4. ถ้าวันไหน กรูเกิดเพี้ยนแต่งตัวแบบเกาหลี ไปเล่นเป็นชาลี ต้องทักแบบเกาหลีไหม เพราะเกาหลีกว่าจะร่วมชาติแมร่งตายเป็นล้านห่มธงชาติเกาหลี มามากเท่าไร ตั้งแต่สมัย ต๊อกมาน ลีซาน แดจังกึม เดี๋ยวจะเสียประเพณีอันดีงามที่ทำมาเป็นพันปี(มากกว่าร้อยปีของมรึงอีก)
5. คนที่ไม่ได้การฝึกการวันทยาหัตถ์ จะทำได้ดี และแข็งแรง ถูกต้องไหม ดีกว่าไหมที่ไม่ทำ (ดีกว่าไหมถ้าไม่ทำแบบเรื้อนๆ แล้วถ่ายรูป  ลงประกาศโชวร์ในที่สาธารณะ จนคนที่ยึดติดเห็นแล้วทนไม่ได้ ทำนองปลาเน่าตัวเดียวทำให้.......)
6. ใครจะทำก็ทำไปแต่โดยส่วนตัว ตราบใดที่กรูเล่น HOBBY นี้ กรูไม่ทำแน่  :P
ปล. ในโลกถ้าไม่มีคนที่กล้าพูดตรงๆ (แมร่งก็ว่าแรง เกรียน) ไม่พูดความจริงที่มีข้อมูลที่จริง (ไม่ใช้ปล่อยให้เสพสื่อผิดๆจนบิดเบือนความเป็นจริง) แล้วปล่อยให้สังคมเป็นไปในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง (แล้วมาพูด ว่านึกแล้วว่าต้องเป็นอย่าง กูรู้อยู้แล้วแต่ไม่อยากพูด) ข้าพเจ้าขอเป็นคนเลว และแรง ให้คนอื่นประณามอย่างนี้ โดยที่ไม่มีวันเสียใจไปเยี่ยงนี้ตลอดชีวิต เพื่อวันหนึ่ง
ให้คนแม้เพียงแค่ คนเดียวได้ทราบในสิ่งที่เป็นจริงที่ ข้าพเจ้าพยายามบอก ..... จงจำไว้ กรูคือ โอ..นกแสก "ว่าที่รองเกรียนท๊อปเกรียนแห่งราบ 11 มิวซิม" ;)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว